ข้อความประจำหมวดหมู่
กีฬาบนโลกแผ่นฟิล์ม
กีฬา เป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่คนเราได้ให้ความสำคัญในการเรียนรู้ ฝึกฝน เพื่อให้มีสุขภาพอนามัยที่แข็งแรง ด้วยเหตุนี้จึงไม่แปลกใจที่ผู้คนจะให้ความสำคัญก๊ฬากันมากขึ้น ในวงการภาพยนตร์ก็เช่นกัน มีหลายเรื่องที่เกี่ยวของกับกีฬา บางเรื่องอาจจะเกี่ยวข้องกันโดยตรง ในขณะที่มีอีกจำพวกหนึ่งที่อาจไม่เกี่ยวข้องโดยตรงแต่สื่อความหมายทางนัยยะ อย่างไรก็ตามในที่นี้ผู้เขียนขอจำแนกภาพยนตร์กีฬาออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้ (ส่วนใครมีความคิดเห็นเพิ่มเติม เชิญเขียนในกระทู้ได้เลย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันและกัน)
1. ภาพยนตร์ที่พูดถึงประวัตินักกีฬา
และทีมกีฬาในยุคต่างๆในที่นี้หมายถึง ชีวประวัติของนักกีฬาหรือทีมกีฬาก่อนที่ (พวก)เขาจะประสบผลสำเร็จ แน่นอนหนังคงนำเสนออุปสรรคและปัญหาที่ตัวละครจะต้องเจอ เช่น ความรักที่เข้ามาผจญในส่วนลึกของจิตใจที่มีผลต่อของการแข่งขัน ประมาณว่าไม่มีสมาธิ หรือจะเป็นอิทธิพลด้านมืดที่ต้องเจอระหว่างการแข่งขันทั้งเงินใต้โต๊ะ การข่มขวัญของฝ่ายตรงข้าม หรืออาจจะเป็นอุปสรรคในเรื่องของบุคลิกตัวละครที่ไม่พร้อมจะลงแข่งขัน แต่ทว่าใจต่างหากที่พร้อมเต็มร้อย เป็นต้น ซึ่งไม่ว่าจะมีอุปสรรคอย่างไร ส่วนใหญ่แล้วท้ายสุดก็พบกับชัยชนะที่งดงาม เสมือนเป็นหนังที่ให้แรงบันดาลใจกับผู้ที่ท้อแท้ ผิดหวังได้เป็นอย่างดี และนี่ก็คือหนังกีฬาบางเรื่องที่เข้าข่ายประเภทนี้
Real (2006) เรื่องราวของชาย 5 คนในดินแดนต่างกัน แต่มีความฝันเหมือนกัน ถ่ายทอดประสบการณ์ความฝันและความจริงของตัวละครแต่ละคนถึงปรากฏการณ์ที่ต้องจดจำในช่วงชีวิตหนึ่งของทีมราชันย์ชุดขาว เรียลมาดริด ทีมฟุตบอลระดับนานาชาติที่รวมชีวิตของคนทั่วโลกเอาไว้
Beautiful Boxer (2003) จากชีวิตจริงที่ปรากฏในหน้าหนังสือ สู่การโลดแล่นบนฟิล์มของชายคนหนึ่ง ที่มีหัวใจเป็นหญิงมาตั้งแต่เด็ก แต่มีเลือดนักสู้เต็มร้อยในเวทีสนามมวย
ท่ามกลางความยากลำบากฐานะของครอบครัว เขาต้องดิ้นรนเพื่อเอาชนะสิ่งเหล่านี้ จนได้เป็นนักมวยมืออาชีพ เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว และที่สำคัญการสานฝันของเขาให้เป็นจริงให้ได้
Rocky (1976) จากการเริ่มต้นเป็นนักมวยในฟิลาเดเฟียที่โนเนมไร้คนรู้จักจนไต่เต้าสู่การเป็นแชมป์เปี้ยนโลก นี่คือเส้นทางการต่อสู้บนสังเวียนผ้าใบของเขาที่ต้องแลกมากับความมานะ อุตสาหะ และอดทน เพื่อให้ได้มีวันนี้ วันี่เขารอคอย
2.ภาพยนตร์กีฬาที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการต่อสู้การแข่งขัน เพื่อบรรลุเป้าหมาย
กีฬา ก็คือ การแข่งขัน เพราะฉะนั้นเนื้อหาของหนังกีฬาย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะมีเนื้อหาของการต่อสู้การแข่งขัน เพื่อบรรลุเป้าหมาย สาระของหนังกีฬาประเภทนี้เห็นจะได้จากวิธีการเรียนรู้ใช้ชีวิตร่วมกับเพื่อนร่วมทีม ที่มีจากร้อยพ่อพันแม่ ต่างจิตต่างใจ แต่ต้องมารวมกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อชัยชนะของการแข่งขัน ส่วนใหญ่แล้วหนังกีฬาประเภทนี้จะมีเชิงนัยยะซ่อนไว้ที่การกระทำของตัวละคร แล้วให้ผู้ชมได้วิเคราะห์ เชื่อมโยงกับความคิดที่ว่า การแข่งขันกีฬาก็ไม่ต่างจากการแข่งขันในชีวิตจริงมนุษย์ที่ตองห้ำหั่นกันเอง ตัวอย่างหนังกีฬาประเภทนี้ ได้แก่
หมากเตะ รีเทรินส์ (2006) เรื่องราวของโค๊ชหนุ่มไฟแรงที่ฝันอยากเห็นทีมไทยไปบอลโลก ร้อนถึงน้าสาวบ้าหวยแฟนพันธ์แท้ทีมไทยที่บังเอิญถูกล็อตเตอรี่ชุดใหญ่จึงให้การสนับสนุน เหตุการณ์พลิกผันเพราะรัฐไม่เล่นด้วย ทั้งน้าสาวและหลานชาย จึงดั้งด้นลัดฟ้าสู่ไปทำทีมให้กับประเทศอาวีในทะเลจีนใต้ซะเลย
Any given Sunday (2000) หลังจากที่ทีมฟุตบอลอเมริกันของดีอามาโต้ คว้าถ้วย
ของAFFA มาครองได้สำเร็จติดต่อกันถึงสองสมัยซ้อน แต่บัดนี้มันไม่ง่ายเวียแล้วเพราะทีมของเขาแพ้การแข่งขันถึงสามนัดซ้อน จำนวนผู้คนลดลง และดาวรุ่งของทีมก็แก่ตัวลงทุกวัน หนำซ้ำเขายังมีปากเสียงกับประธานบริหารเลือดใหม่ บวกกับการไม่ลงรอยกับควอเตอร์แบ็คตัวสำรองของทีมที่มุ่งมั่นเอาแต่ชัยชนะเพียงอย่างเดียว ในขณะที่ดีอามาโต้ยึดมั่นในการแข่งขันมากกว่าชัยชนะ เขาต้องสะสางปัญหาที่เกิดขึ้นในทีมก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้ โดยเฉพาะการสูญเสียตำแหน่งโค๊ชในทีมที่เขารักมากที่สุด
3.ภาพยนตร์กีฬาที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความสนุก
หนังกีฬาประเภทนี้ หากสังเกตให้ดีจะเป็นหนังวัยรุ่นซะส่วนใหญ่ และเช่นกันมันก็มีสูตรเดิมๆ อาทิ หากตรงกับเทศกาลใดก็จะมีหนังกีฬาประเภทนั้นออกมา ที่เห็นเด่นชัดก็คือเรื่อง Air Bud (2000) มีทั้งฟุตบอลเวิล์ดดัพ บาสเกตบอล เป็นต้น หรือจะเป็นเรื่องWater Boy (2001) หนังญี่ปุ่นที่ว่าด้วยเรื่องราวของชมรมว่ายน้ำชายล้วนโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ได้ครูคนสวยมาเป็นโค๊ชชมรมคนใหม่ แต่แทนที่เธอจะสอนว่ายน้ำธรรมดา ดันเป็นโค๊ชสอนระบำใต้น้ำแทน แถมยังมีไอเดียเก๋ให้ลูกศิษย์ล้วนเป็นผู้ชายเปิดแสดงระบำใต้น้ำชายซะเลย หรือจะเป็นสูตรฉากท้ายเรื่องของหนังที่เกือบทุกเรื่องไม่ว่าจะแข่งกีฬาประเภทใดก็ตาม มักจะต้องกำหนดให้ทั้งสองทีมที่เข้าแข่งขันมีคะแนนเท่ากัน และตองมีทีมใดทีมหนึ่งยิงประตูหรือทำคะแนนได้ไปในเวลาที่ฉิวเฉียดก่อนหมดเวลา และแน่หละเห็นที่จะหนีไม่พ้นทีมของพระเอกนั่นเอง ซึ่งหากมองผิวเผินมันก็คือหนังสูตรสำเร็จอีกเรื่องหนึ่ง แต่หากมองในมุมกลับกันอาจเป็นความตั้งใจของผู้สร้างที่ตองการให้เป็นเช่นนั้น ด้วยเหตุผลที่ว่า หนังก็คือหนัง จะไปเครียดกับมันทำไม (ประมาณว่าเครียดในสนามแข่งขันไม่พอ ยังมาเครียดในจอภาพยนตร์ซะอีก)
4. ภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวของกับกีฬา
ประเภทนี้ อาจจะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกีฬา แต่กีฬาในเรื่องมีส่วนให้หนังดำเนินไปสู่เหตุการณ์หนึ่ง เช่น Alive (1993) โครงเรื่องหลักอยู่ที่การเอาตัวรอดของทีมนักกีฬาที่บังเอิญเครื่องบินตกบนเทือกเขาแอนดีส ที่มีแต่ความเหน็บหนาวระหว่างเดินทางไปแข่งขัน หรืออย่างเรื่องJerry Maguire (1996) ตัวเอกไม่ได้เล่นกีฬาแต่เป็นเอเย่นต์ของนักกีฬาชื่อดังที่ตัดสินใจ สังคายนาหลักจรรยาบรรณในอาชีพของเขาเสียใหม่ โดยยกความสำคัญ ของความซื่อสัตย์, ความยุติธรรม และมนุษยธรรม ทำให้เขาถูกไล่ออกจากงาน และต้องเริ่มต้นใหม่ จากศูนย์ด้วยตนเอง โดยมีเป้าหมายการทำงานไม่ใช่ความร่ำรวยมั่งมี อีกต่อไป เขาจึงได้เรียนรู้ ที่จะผ่อนคลาย และมีความสุขกับชีวิต และยังได้พบรักอีกด้วย หรือจะเป็นเรื่อง Children of Heaven (1999) เรื่องราวของเด็กชายคนหนึ่งที่มีความสามารถในการวิ่งอย่างมาก เขาพยายามที่จะทำทุกอย่างให้ได้รางวัลที่ 2 เพราะต้องการเงินรางวัลไปซื้อรองเท้าผ้าใบ มากกว่าถ้วยรางวัลที่ 1 เป็นต้น ซึ่งหนังกีฬาประเภทนี้ส่วนใหญ่แล้วจะสะท้อนบางสิ่งบางอย่างให้กับผู้คนในสังคม เสมือนเป็นกระจกสะท้อนถึงความเป็นไปในสังคมทุกวันนี้ว่ามนุษย์มีความรู้สึกหรือต้องการอะไร ดีหรือไม่ดี โดยผ่านเกมกีฬา เพราะขึ้นชื่อว่ามนุษย์แล้ว ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ชอบให้ใครมาสั่งสอนโดยตรง ภาพยนตร์จึงเป็นส่วนหนึ่งของสื่อการสอนทางอ้อมให้มนุษย์ได้รับรู้ เรียนรู้โดยที่ไม่รู้ตัวมาก่อนนี่แหละคือหนึ่งในข้อดีของภาพยนตร์นั่นเอง
-----------------------------------------















